- HOME หน้าหลัก
- URBAN LIFEข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
- 5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ
หน้าฝนนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ สีเขียวขจีของต้นไม้และทุ่งหญ้า แนะนำ 5 สถานที่ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลเกินไป แถมบรรยากาศดี เหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง มาชาร์จพลังใจให้สดชื่นรับหน้าฝนกันแบบฟิน ๆ

1. บางกระเจ้า สมุทรปราการ
บางกระเจ้าถูกขนานนามว่า “ปอดของกรุงเทพฯ” เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสวนเกษตร ผืนนา และป่าริมน้ำโอบล้อมด้วยคลองเล็กคลองน้อย เมื่อเข้าสู่หน้าฝน บางกระเจ้าจะเขียวขจีสดชื่นขึ้นเป็นพิเศษ ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ ดูอุดมสมบูรณ์ มีหมอกบาง ๆ ลอยละล่องยามเช้าให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในธรรมชาติชนบทอย่างแท้จริง
ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานหรือเดินเล่นชิล ๆ เพลิดเพลินกับลมเย็น ๆ ที่พัดพาความชุ่มฉ่ำของฝนมาให้ พร้อมแวะชิมอาหารพื้นบ้านและกาแฟสดในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ให้ชิมอาหารท้องถิ่นและซื้อของฝากได้
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น.
การเดินทาง: ขับรถประมาณ 30-45 นาทีจากกรุงเทพฯ หรือใช้บริการเรือโดยสาร

2. สวนผึ้ง ราชบุรี และ ธารน้ำร้อยบ่อคลึง
สวนผึ้งคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนกรุงที่อยากพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหน้าฝน เสน่ห์ของสวนผึ้งอยู่ที่วิวภูเขาสลับซับซ้อนและไร่องุ่นกว้างใหญ่ที่เขียวขจีเมื่อฝนตก สายฝนทำให้ทุ่งหญ้าและต้นไม้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากขึ้น กลิ่นดินและต้นไม้เปียกน้ำฝนช่วยเติมความรู้สึกสงบและสดชื่นให้กับผู้มาเยือน
นอกจากความงดงามของสวนผึ้งแล้ว ใกล้ ๆ กันยังมี ธารน้ำร้อยบ่อคลึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าและป่าไม้อย่างเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและนกร้อง สร้างบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน
สำหรับใครที่อยากเพิ่มความสนุกและผ่อนคลายกับกิจกรรมล่องแพ ขอแนะนำไปที่ น้ำตกเก้าชั้น (น้ำตกเก้าชั้นเขาแดง) ที่อยู่ในพื้นที่สวนผึ้งเช่นกัน ซึ่งมีบริการล่องแพไม้ไผ่ให้ได้สัมผัสธรรมชาติและน้ำตกอย่างใกล้ชิด
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 8.00 - 18.00 น.
การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถประมาณ 2-2.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

3. วังน้ำเขียว นครราชสีมา
วังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับคนรักธรรมชาติที่ชื่นชอบบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่ท้องฟ้ามักปกคลุมด้วยเมฆหมอกบาง ๆ และต้นไม้เขียวสดชื่นตลอดเส้นทาง สายฝนที่โปรยปรายไม่ทำให้ความงามของสถานที่ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มความสดชื่นและความชุ่มฉ่ำให้กับป่าไม้และทุ่งดอกไม้หลากสีที่รายล้อม
นอกจากการเดินป่าและชมธรรมชาติแล้ว วังน้ำเขียวยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างฟาร์มองุ่นและฟาร์มผักปลอดสารพิษที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเก็บผลผลิตได้เอง หรือจะนั่งจิบกาแฟชมวิวภูเขาที่ร้านคาเฟ่สวย ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
เคล็ดลับ: เตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าสำหรับเดินป่าเพื่อความสะดวก
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ
การเดินทาง: ขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

4. สะปัน บ่อเกลือ น่าน
หมู่บ้านสะปันตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติที่สมบูรณ์ หน้าฝนที่นี่จะเต็มไปด้วยหมอกขาวปกคลุมทั่วบริเวณ สร้างความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปยังโลกแห่งความสงบและบริสุทธิ์ ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย รักษาวัฒนธรรมและธรรมชาติไว้อย่างดี
นอกจากวิวภูเขาที่สวยงามแล้ว สะปันยังมีแหล่งน้ำพุร้อนและน้ำตกเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและกลิ่นของต้นไม้ชุ่มน้ำฝน นอกจากนี้อย่าลืมชิมน้ำพริกและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อรสจัดจ้านแต่อร่อยมาก
เคล็ดลับ: ช่วงเช้าตรู่และเย็นมักจะมีหมอกหนา เหมาะกับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติสุดปัง
เวลาเที่ยว: เปิดตลอดวัน
การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถ 4-5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

5. ชมนิทรรศการเพิ่มแรงบันดาลใจ ในเมืองกรุงไม่กลัวฝน
หากฝนตกหนักจนไม่สะดวกออกไปเที่ยวธรรมชาติ แนะนำสถานที่ชมนิทรรศการแสง สี เสียง และภาพ 3 มิติที่ช่วยเติมพลังสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับคุณ โดยที่เดินทางสะดวกในกรุงเทพฯ และไม่ต้องกลัวฝนมารบกวน
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ (Bangkok Planetarium)
• สถานที่เรียนรู้จักรวาลด้วยโชว์ดาราศาสตร์และภาพยนตร์ในร่ม
• เดินทางง่ายด้วย BTS สถานีศาลาแดงหรือสนามกีฬาแห่งชาติ
• เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 9.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)
• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท
Space & Time Cube+ ที่ซีคอน บางแค
• นิทรรศการ Immersive Art 3D ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับ 27 โซนจัดเต็มด้วยแสง สี และเสียง
• ไฮไลต์ เช่น ห้องกระจกวงกต, อุโมงค์กาลเวลา, ดาวเคราะห์พเนจร, และ Rail Cinema
• เปิดทุกวัน 10.00 - 21.30 น.
• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 599 บาท (ราคาปกติ 899 บาท), เด็ก 499 บาท (ราคาปกติ 699 บาท)
• เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีภาษีเจริญ
Metashow Art Lighting Exhibition ที่ Thiso Mall
• นิทรรศการแสงไฟและภาพ 3 มิติสุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงขั้นสูง
• เพลิดเพลินกับการแสดงแสงสีและดนตรีประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ
• เวลาและราคาค่าเข้าชม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์หรืองานจัดแสดงโดยตรง
• ใกล้ BTS สถานีหมอชิต
หน้าฝนนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ สีเขียวขจีของต้นไม้และทุ่งหญ้า แนะนำ 5 สถานที่ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลเกินไป แถมบรรยากาศดี เหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง มาชาร์จพลังใจให้สดชื่นรับหน้าฝนกันแบบฟิน ๆ

1. บางกระเจ้า สมุทรปราการ
บางกระเจ้าถูกขนานนามว่า “ปอดของกรุงเทพฯ” เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสวนเกษตร ผืนนา และป่าริมน้ำโอบล้อมด้วยคลองเล็กคลองน้อย เมื่อเข้าสู่หน้าฝน บางกระเจ้าจะเขียวขจีสดชื่นขึ้นเป็นพิเศษ ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ ดูอุดมสมบูรณ์ มีหมอกบาง ๆ ลอยละล่องยามเช้าให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในธรรมชาติชนบทอย่างแท้จริง
ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานหรือเดินเล่นชิล ๆ เพลิดเพลินกับลมเย็น ๆ ที่พัดพาความชุ่มฉ่ำของฝนมาให้ พร้อมแวะชิมอาหารพื้นบ้านและกาแฟสดในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ให้ชิมอาหารท้องถิ่นและซื้อของฝากได้
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น.
การเดินทาง: ขับรถประมาณ 30-45 นาทีจากกรุงเทพฯ หรือใช้บริการเรือโดยสาร

2. สวนผึ้ง ราชบุรี และ ธารน้ำร้อยบ่อคลึง
สวนผึ้งคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนกรุงที่อยากพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหน้าฝน เสน่ห์ของสวนผึ้งอยู่ที่วิวภูเขาสลับซับซ้อนและไร่องุ่นกว้างใหญ่ที่เขียวขจีเมื่อฝนตก สายฝนทำให้ทุ่งหญ้าและต้นไม้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากขึ้น กลิ่นดินและต้นไม้เปียกน้ำฝนช่วยเติมความรู้สึกสงบและสดชื่นให้กับผู้มาเยือน
นอกจากความงดงามของสวนผึ้งแล้ว ใกล้ ๆ กันยังมี ธารน้ำร้อยบ่อคลึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าและป่าไม้อย่างเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและนกร้อง สร้างบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน
สำหรับใครที่อยากเพิ่มความสนุกและผ่อนคลายกับกิจกรรมล่องแพ ขอแนะนำไปที่ น้ำตกเก้าชั้น (น้ำตกเก้าชั้นเขาแดง) ที่อยู่ในพื้นที่สวนผึ้งเช่นกัน ซึ่งมีบริการล่องแพไม้ไผ่ให้ได้สัมผัสธรรมชาติและน้ำตกอย่างใกล้ชิด
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 8.00 - 18.00 น.
การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถประมาณ 2-2.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

3. วังน้ำเขียว นครราชสีมา
วังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับคนรักธรรมชาติที่ชื่นชอบบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่ท้องฟ้ามักปกคลุมด้วยเมฆหมอกบาง ๆ และต้นไม้เขียวสดชื่นตลอดเส้นทาง สายฝนที่โปรยปรายไม่ทำให้ความงามของสถานที่ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มความสดชื่นและความชุ่มฉ่ำให้กับป่าไม้และทุ่งดอกไม้หลากสีที่รายล้อม
นอกจากการเดินป่าและชมธรรมชาติแล้ว วังน้ำเขียวยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างฟาร์มองุ่นและฟาร์มผักปลอดสารพิษที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเก็บผลผลิตได้เอง หรือจะนั่งจิบกาแฟชมวิวภูเขาที่ร้านคาเฟ่สวย ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
เคล็ดลับ: เตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าสำหรับเดินป่าเพื่อความสะดวก
เวลาเที่ยว: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ
การเดินทาง: ขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

4. สะปัน บ่อเกลือ น่าน
หมู่บ้านสะปันตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติที่สมบูรณ์ หน้าฝนที่นี่จะเต็มไปด้วยหมอกขาวปกคลุมทั่วบริเวณ สร้างความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปยังโลกแห่งความสงบและบริสุทธิ์ ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย รักษาวัฒนธรรมและธรรมชาติไว้อย่างดี
นอกจากวิวภูเขาที่สวยงามแล้ว สะปันยังมีแหล่งน้ำพุร้อนและน้ำตกเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและกลิ่นของต้นไม้ชุ่มน้ำฝน นอกจากนี้อย่าลืมชิมน้ำพริกและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อรสจัดจ้านแต่อร่อยมาก
เคล็ดลับ: ช่วงเช้าตรู่และเย็นมักจะมีหมอกหนา เหมาะกับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติสุดปัง
เวลาเที่ยว: เปิดตลอดวัน
การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถ 4-5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

5. ชมนิทรรศการเพิ่มแรงบันดาลใจ ในเมืองกรุงไม่กลัวฝน
หากฝนตกหนักจนไม่สะดวกออกไปเที่ยวธรรมชาติ แนะนำสถานที่ชมนิทรรศการแสง สี เสียง และภาพ 3 มิติที่ช่วยเติมพลังสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับคุณ โดยที่เดินทางสะดวกในกรุงเทพฯ และไม่ต้องกลัวฝนมารบกวน
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ (Bangkok Planetarium)
• สถานที่เรียนรู้จักรวาลด้วยโชว์ดาราศาสตร์และภาพยนตร์ในร่ม
• เดินทางง่ายด้วย BTS สถานีศาลาแดงหรือสนามกีฬาแห่งชาติ
• เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 9.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)
• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท
Space & Time Cube+ ที่ซีคอน บางแค
• นิทรรศการ Immersive Art 3D ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับ 27 โซนจัดเต็มด้วยแสง สี และเสียง
• ไฮไลต์ เช่น ห้องกระจกวงกต, อุโมงค์กาลเวลา, ดาวเคราะห์พเนจร, และ Rail Cinema
• เปิดทุกวัน 10.00 - 21.30 น.
• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 599 บาท (ราคาปกติ 899 บาท), เด็ก 499 บาท (ราคาปกติ 699 บาท)
• เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีภาษีเจริญ
Metashow Art Lighting Exhibition ที่ Thiso Mall
• นิทรรศการแสงไฟและภาพ 3 มิติสุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงขั้นสูง
• เพลิดเพลินกับการแสดงแสงสีและดนตรีประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ
• เวลาและราคาค่าเข้าชม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์หรืองานจัดแสดงโดยตรง
• ใกล้ BTS สถานีหมอชิต