5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ

5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ

5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ

03 July 2025

Share


หน้าฝนนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ สีเขียวขจีของต้นไม้และทุ่งหญ้า แนะนำ 5 สถานที่ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลเกินไป แถมบรรยากาศดี เหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง มาชาร์จพลังใจให้สดชื่นรับหน้าฝนกันแบบฟิน ๆ



2_0.jpg


1. บางกระเจ้า สมุทรปราการ

บางกระเจ้าถูกขนานนามว่า “ปอดของกรุงเทพฯ” เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสวนเกษตร ผืนนา และป่าริมน้ำโอบล้อมด้วยคลองเล็กคลองน้อย เมื่อเข้าสู่หน้าฝน บางกระเจ้าจะเขียวขจีสดชื่นขึ้นเป็นพิเศษ ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ ดูอุดมสมบูรณ์ มีหมอกบาง ๆ ลอยละล่องยามเช้าให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในธรรมชาติชนบทอย่างแท้จริง

ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานหรือเดินเล่นชิล ๆ เพลิดเพลินกับลมเย็น ๆ ที่พัดพาความชุ่มฉ่ำของฝนมาให้ พร้อมแวะชิมอาหารพื้นบ้านและกาแฟสดในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ให้ชิมอาหารท้องถิ่นและซื้อของฝากได้


เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น.

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 30-45 นาทีจากกรุงเทพฯ หรือใช้บริการเรือโดยสาร



3_0.jpg


2. สวนผึ้ง ราชบุรี และ ธารน้ำร้อยบ่อคลึง

สวนผึ้งคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนกรุงที่อยากพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหน้าฝน เสน่ห์ของสวนผึ้งอยู่ที่วิวภูเขาสลับซับซ้อนและไร่องุ่นกว้างใหญ่ที่เขียวขจีเมื่อฝนตก สายฝนทำให้ทุ่งหญ้าและต้นไม้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากขึ้น กลิ่นดินและต้นไม้เปียกน้ำฝนช่วยเติมความรู้สึกสงบและสดชื่นให้กับผู้มาเยือน

นอกจากความงดงามของสวนผึ้งแล้ว ใกล้ ๆ กันยังมี ธารน้ำร้อยบ่อคลึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าและป่าไม้อย่างเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและนกร้อง สร้างบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน

สำหรับใครที่อยากเพิ่มความสนุกและผ่อนคลายกับกิจกรรมล่องแพ ขอแนะนำไปที่ น้ำตกเก้าชั้น (น้ำตกเก้าชั้นเขาแดง) ที่อยู่ในพื้นที่สวนผึ้งเช่นกัน ซึ่งมีบริการล่องแพไม้ไผ่ให้ได้สัมผัสธรรมชาติและน้ำตกอย่างใกล้ชิด


เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 8.00 - 18.00 น.

การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถประมาณ 2-2.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ



4_0.jpg


3. วังน้ำเขียว นครราชสีมา

วังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับคนรักธรรมชาติที่ชื่นชอบบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่ท้องฟ้ามักปกคลุมด้วยเมฆหมอกบาง ๆ และต้นไม้เขียวสดชื่นตลอดเส้นทาง สายฝนที่โปรยปรายไม่ทำให้ความงามของสถานที่ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มความสดชื่นและความชุ่มฉ่ำให้กับป่าไม้และทุ่งดอกไม้หลากสีที่รายล้อม

นอกจากการเดินป่าและชมธรรมชาติแล้ว วังน้ำเขียวยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างฟาร์มองุ่นและฟาร์มผักปลอดสารพิษที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเก็บผลผลิตได้เอง หรือจะนั่งจิบกาแฟชมวิวภูเขาที่ร้านคาเฟ่สวย ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด


เคล็ดลับ: เตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าสำหรับเดินป่าเพื่อความสะดวก

เวลาเที่ยว: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ



5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ.jpg


4. สะปัน บ่อเกลือ น่าน

หมู่บ้านสะปันตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติที่สมบูรณ์ หน้าฝนที่นี่จะเต็มไปด้วยหมอกขาวปกคลุมทั่วบริเวณ สร้างความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปยังโลกแห่งความสงบและบริสุทธิ์ ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย รักษาวัฒนธรรมและธรรมชาติไว้อย่างดี

นอกจากวิวภูเขาที่สวยงามแล้ว สะปันยังมีแหล่งน้ำพุร้อนและน้ำตกเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและกลิ่นของต้นไม้ชุ่มน้ำฝน นอกจากนี้อย่าลืมชิมน้ำพริกและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อรสจัดจ้านแต่อร่อยมาก

เคล็ดลับ: ช่วงเช้าตรู่และเย็นมักจะมีหมอกหนา เหมาะกับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติสุดปัง


เวลาเที่ยว: เปิดตลอดวัน

การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถ 4-5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ




5_0.jpg


5. ชมนิทรรศการเพิ่มแรงบันดาลใจ ในเมืองกรุงไม่กลัวฝน

หากฝนตกหนักจนไม่สะดวกออกไปเที่ยวธรรมชาติ แนะนำสถานที่ชมนิทรรศการแสง สี เสียง และภาพ 3 มิติที่ช่วยเติมพลังสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับคุณ โดยที่เดินทางสะดวกในกรุงเทพฯ และไม่ต้องกลัวฝนมารบกวน

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ (Bangkok Planetarium)

• สถานที่เรียนรู้จักรวาลด้วยโชว์ดาราศาสตร์และภาพยนตร์ในร่ม

• เดินทางง่ายด้วย BTS สถานีศาลาแดงหรือสนามกีฬาแห่งชาติ

• เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 9.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)

• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท

Space & Time Cube+ ที่ซีคอน บางแค

• นิทรรศการ Immersive Art 3D ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับ 27 โซนจัดเต็มด้วยแสง สี และเสียง

• ไฮไลต์ เช่น ห้องกระจกวงกต, อุโมงค์กาลเวลา, ดาวเคราะห์พเนจร, และ Rail Cinema

• เปิดทุกวัน 10.00 - 21.30 น.

• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 599 บาท (ราคาปกติ 899 บาท), เด็ก 499 บาท (ราคาปกติ 699 บาท)

• เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีภาษีเจริญ

Metashow Art Lighting Exhibition ที่ Thiso Mall

• นิทรรศการแสงไฟและภาพ 3 มิติสุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงขั้นสูง

• เพลิดเพลินกับการแสดงแสงสีและดนตรีประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ

• เวลาและราคาค่าเข้าชม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์หรืองานจัดแสดงโดยตรง

• ใกล้ BTS สถานีหมอชิต


หน้าฝนนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ สีเขียวขจีของต้นไม้และทุ่งหญ้า แนะนำ 5 สถานที่ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลเกินไป แถมบรรยากาศดี เหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง มาชาร์จพลังใจให้สดชื่นรับหน้าฝนกันแบบฟิน ๆ



2_0.jpg


1. บางกระเจ้า สมุทรปราการ

บางกระเจ้าถูกขนานนามว่า “ปอดของกรุงเทพฯ” เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสวนเกษตร ผืนนา และป่าริมน้ำโอบล้อมด้วยคลองเล็กคลองน้อย เมื่อเข้าสู่หน้าฝน บางกระเจ้าจะเขียวขจีสดชื่นขึ้นเป็นพิเศษ ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ ดูอุดมสมบูรณ์ มีหมอกบาง ๆ ลอยละล่องยามเช้าให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในธรรมชาติชนบทอย่างแท้จริง

ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่ชอบปั่นจักรยานหรือเดินเล่นชิล ๆ เพลิดเพลินกับลมเย็น ๆ ที่พัดพาความชุ่มฉ่ำของฝนมาให้ พร้อมแวะชิมอาหารพื้นบ้านและกาแฟสดในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งซึ่งเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ให้ชิมอาหารท้องถิ่นและซื้อของฝากได้


เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 7.00 - 18.00 น.

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 30-45 นาทีจากกรุงเทพฯ หรือใช้บริการเรือโดยสาร



3_0.jpg


2. สวนผึ้ง ราชบุรี และ ธารน้ำร้อยบ่อคลึง

สวนผึ้งคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนกรุงที่อยากพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหน้าฝน เสน่ห์ของสวนผึ้งอยู่ที่วิวภูเขาสลับซับซ้อนและไร่องุ่นกว้างใหญ่ที่เขียวขจีเมื่อฝนตก สายฝนทำให้ทุ่งหญ้าและต้นไม้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากขึ้น กลิ่นดินและต้นไม้เปียกน้ำฝนช่วยเติมความรู้สึกสงบและสดชื่นให้กับผู้มาเยือน

นอกจากความงดงามของสวนผึ้งแล้ว ใกล้ ๆ กันยังมี ธารน้ำร้อยบ่อคลึง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าและป่าไม้อย่างเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและนกร้อง สร้างบรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน

สำหรับใครที่อยากเพิ่มความสนุกและผ่อนคลายกับกิจกรรมล่องแพ ขอแนะนำไปที่ น้ำตกเก้าชั้น (น้ำตกเก้าชั้นเขาแดง) ที่อยู่ในพื้นที่สวนผึ้งเช่นกัน ซึ่งมีบริการล่องแพไม้ไผ่ให้ได้สัมผัสธรรมชาติและน้ำตกอย่างใกล้ชิด


เวลาเที่ยว: เปิดทุกวัน 8.00 - 18.00 น.

การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถประมาณ 2-2.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ



4_0.jpg


3. วังน้ำเขียว นครราชสีมา

วังน้ำเขียวเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับคนรักธรรมชาติที่ชื่นชอบบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่ท้องฟ้ามักปกคลุมด้วยเมฆหมอกบาง ๆ และต้นไม้เขียวสดชื่นตลอดเส้นทาง สายฝนที่โปรยปรายไม่ทำให้ความงามของสถานที่ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มความสดชื่นและความชุ่มฉ่ำให้กับป่าไม้และทุ่งดอกไม้หลากสีที่รายล้อม

นอกจากการเดินป่าและชมธรรมชาติแล้ว วังน้ำเขียวยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างฟาร์มองุ่นและฟาร์มผักปลอดสารพิษที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเก็บผลผลิตได้เอง หรือจะนั่งจิบกาแฟชมวิวภูเขาที่ร้านคาเฟ่สวย ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด


เคล็ดลับ: เตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าสำหรับเดินป่าเพื่อความสะดวก

เวลาเที่ยว: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ



5 ที่เที่ยวหน้าฝน ฟินฉ่ำไม่มีเบื่อ.jpg


4. สะปัน บ่อเกลือ น่าน

หมู่บ้านสะปันตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติที่สมบูรณ์ หน้าฝนที่นี่จะเต็มไปด้วยหมอกขาวปกคลุมทั่วบริเวณ สร้างความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปยังโลกแห่งความสงบและบริสุทธิ์ ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย รักษาวัฒนธรรมและธรรมชาติไว้อย่างดี

นอกจากวิวภูเขาที่สวยงามแล้ว สะปันยังมีแหล่งน้ำพุร้อนและน้ำตกเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย ท่ามกลางเสียงน้ำไหลและกลิ่นของต้นไม้ชุ่มน้ำฝน นอกจากนี้อย่าลืมชิมน้ำพริกและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อรสจัดจ้านแต่อร่อยมาก

เคล็ดลับ: ช่วงเช้าตรู่และเย็นมักจะมีหมอกหนา เหมาะกับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติสุดปัง


เวลาเที่ยว: เปิดตลอดวัน

การเดินทาง: ใช้เวลาขับรถ 4-5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ




5_0.jpg


5. ชมนิทรรศการเพิ่มแรงบันดาลใจ ในเมืองกรุงไม่กลัวฝน

หากฝนตกหนักจนไม่สะดวกออกไปเที่ยวธรรมชาติ แนะนำสถานที่ชมนิทรรศการแสง สี เสียง และภาพ 3 มิติที่ช่วยเติมพลังสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับคุณ โดยที่เดินทางสะดวกในกรุงเทพฯ และไม่ต้องกลัวฝนมารบกวน

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ (Bangkok Planetarium)

• สถานที่เรียนรู้จักรวาลด้วยโชว์ดาราศาสตร์และภาพยนตร์ในร่ม

• เดินทางง่ายด้วย BTS สถานีศาลาแดงหรือสนามกีฬาแห่งชาติ

• เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 9.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)

• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท

Space & Time Cube+ ที่ซีคอน บางแค

• นิทรรศการ Immersive Art 3D ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับ 27 โซนจัดเต็มด้วยแสง สี และเสียง

• ไฮไลต์ เช่น ห้องกระจกวงกต, อุโมงค์กาลเวลา, ดาวเคราะห์พเนจร, และ Rail Cinema

• เปิดทุกวัน 10.00 - 21.30 น.

• ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 599 บาท (ราคาปกติ 899 บาท), เด็ก 499 บาท (ราคาปกติ 699 บาท)

• เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีภาษีเจริญ

Metashow Art Lighting Exhibition ที่ Thiso Mall

• นิทรรศการแสงไฟและภาพ 3 มิติสุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงขั้นสูง

• เพลิดเพลินกับการแสดงแสงสีและดนตรีประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ

• เวลาและราคาค่าเข้าชม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์หรืองานจัดแสดงโดยตรง

• ใกล้ BTS สถานีหมอชิต

We use cookies to give you the best online experience. By using our website you agree to our use of cookies in accordance with our privacy policy.
SHOW MORE