List Ask Guru - The Agent - Bangkok Condos for Sale - condo for rent bangkok,condo BTS, condo MRT , bangkok condo , ซื้อ ขาย เช่า condo ติดรถไฟฟ้า by The Agent

Pre Approve คืออะไร แล้ววงเงินที่ได้เชื่อถือได้แค่ไหน?

Pre Approve คืออะไร แล้ววงเงินที่ได้เชื่อถือได้แค่ไหน?


การ  Pre approve เป็นการพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของเราเทียบกับมูลหนี้โดยประมาณที่เราเสนอประกอบ ไม่ได้อ้างอิงจากการประเมินจริงๆ

 

ผลการ Pre approve อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าผลการยื่นกู้จริงได้ เพราะจะมีการประเมินโดยบริษัทประเมิน ซึ่งเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อยื่นกู้จริง บางที่ก็ใช้เอกสารเดิมได้เลยอย่างกสิกร แค่ส่งใบสลิปการจ่ายค่าธรรมเนียมการประเมินบางที่อาจขอเอกสารใหม่หมดทั้งชุดเพื่อเค้าจะได้ไปดำเนินเรื่องต่อ

 

Pre approve ก็ใช้เอกสารเหมือนการกู้จริงนั่นแหละ เดินไปคุยที่ธนาคารได้เลย แล้วบอกว่าขอ Pre approve ก่อน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ถ้าเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกให้เสียค่าประเมินหมายความว่าเค้าให้คุณทำเรื่องกู้จริง ผลจะแน่นอนกว่า

 

เอกสารโดยประมาณเท่าที่จำได้จากการกู้ แนะนำให้สอบถามธนาคารที่สนใจเลย ถ้าให้สำเนาก็ต้องรับรองสำเนาถูกต้องด้วย

 

   1. สำเนาบัตรประชาชน
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. สำเนาสลิปเงินเดือน
   4. สำเนา statement ย้อนหลัง ๖ เดือน
   5. สำเนาสัญญาจอง/ซื้อขายบ้าน/คอนโด
   6.  กรอกแบบฟอร์มขอกู้เงินเหมือนการกู้เงินปกติ


ถึงแม้การอนุมัติสินเชื่อล่วงหน้าจะไม่ใช่การอนุมัติจริง แต่ข้อดีของการได้รับอนุมัติสินเชื่อล่วงหน้าจะทำให้คุณ


• ประหยัดเวลาและสะดวกกับการหาสินเชื่อ
• ทราบงบประมาณในการซื้อที่ชัดเจน
• มีอำนาจต่อรองสูงขึ้นเพราะผู้ขายเห็นถึงความพร้อมในการซื้อของคุณ
• มีผู้ให้สินเชื่อที่ค่อนข้างแน่นอน

การ  Pre approve เป็นการพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของเราเทียบกับมูลหนี้โดยประมาณที่เราเสนอประกอบ ไม่ได้อ้างอิงจากการประเมินจริงๆ

 

ผลการ Pre approve อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าผลการยื่นกู้จริงได้ เพราะจะมีการประเมินโดยบริษัทประเมิน ซึ่งเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อยื่นกู้จริง บางที่ก็ใช้เอกสารเดิมได้เลยอย่างกสิกร แค่ส่งใบสลิปการจ่ายค่าธรรมเนียมการประเมินบางที่อาจขอเอกสารใหม่หมดทั้งชุดเพื่อเค้าจะได้ไปดำเนินเรื่องต่อ

 

Pre approve ก็ใช้เอกสารเหมือนการกู้จริงนั่นแหละ เดินไปคุยที่ธนาคารได้เลย แล้วบอกว่าขอ Pre approve ก่อน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ถ้าเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกให้เสียค่าประเมินหมายความว่าเค้าให้คุณทำเรื่องกู้จริง ผลจะแน่นอนกว่า

 

เอกสารโดยประมาณเท่าที่จำได้จากการกู้ แนะนำให้สอบถามธนาคารที่สนใจเลย ถ้าให้สำเนาก็ต้องรับรองสำเนาถูกต้องด้วย

   1. สำเนาบัตรประชาชน
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. สำเนาสลิปเงินเดือน
   4. สำเนา statement ย้อนหลัง ๖ เดือน
   5. สำเนาสัญญาจอง/ซื้อขายบ้าน/คอนโด
   6.  กรอกแบบฟอร์มขอกู้เงินเหมือนการกู้เงินปกติ


 

ถึงแม้การอนุมัติสินเชื่อล่วงหน้าจะไม่ใช่การอนุมัติจริง แต่ข้อดีของการได้รับอนุมัติสินเชื่อล่วงหน้าจะทำให้คุณ


• ประหยัดเวลาและสะดวกกับการหาสินเชื่อ
• ทราบงบประมาณในการซื้อที่ชัดเจน
• มีอำนาจต่อรองสูงขึ้นเพราะผู้ขายเห็นถึงความพร้อมในการซื้อของคุณ
• มีผู้ให้สินเชื่อที่ค่อนข้างแน่นอน



READ MORE  

มาตรการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกของรัฐบาล มีนโยบายอย่างไร และมีอัตราการลดหย่อนกี่ %

มาตรการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกของรัฐบาล มีนโยบายอย่างไร และมีอัตราการลดหย่อนกี่ %


ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนครับว่า ที่เค้าพูดกันว่าลดหย่อนสูงสุด 10% จากมูลค่าบ้านนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเอา 10% มาหักเป็นจำนวนเงินที่ได้ลดหย่อนเป๊ะๆนะครับ แต่มีกฎเกณฑ์นิดหน่อยก็คือ สมมติว่าบ้านราคา 4 ล้านบาท ก็คิดตัวเลข 10% คือ 400,000 บาทมาคำนวณเป็นอัตราค่าลดหย่อนโดยอิงจากฐานภาษีที่เราเสียทุกทีครับ

 

เช่น นาย ก เสียภาษีที่อัตรา 20% ก็สามารถลดหย่อนได้ 20% จาก 400,000 บาทครับ หรือเท่ากับ 80,000 บาท ซึ่งสามารถเลือกที่จะลดหย่อนปีเดียวจบ หรือแบ่งเป็น 5 ปีก็ได้ครับ

 


มาตรการช่วยเหลือการมีบ้านหลังแรกที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนั้น ผู้ซื้อจะสามารถนำเงินค่าซื้อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 10% ของราคาซื้อ และกระจายหักลดหย่อนภายใน 5 ปี ช่วยทำให้ผู้ใฝ่ฝันจะมีบ้านบรรลุความใฝ่ฝันได้มากขึ้นเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เนื่องจากว่า ผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก มักจะเป็นผู้ที่มีรายได้อยู่ในช่วง 15,000 บาท ไปจนถึงไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งจะมีกำลังสามารถซื้อบ้านได้ในราคาประมาณ 750,000 บาท ถึงประมาณ 2 ล้านบาท

 

ผู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ซื้อบ้าน 750,000 บาท จ่ายเงินดาวน์ 75,000 บาท กู้ 675,000 บาท ดอกเบี้ย 7% ผ่อนชำระ 20 ปี เท่ากับผ่อนชำระเดือนละ 5,233 บาท หรือประมาณ 34.9% ของรายได้

 

แต่ผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ยังไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษี  ดังนั้น จึงไม่สามารถนำ 10% ของค่าซื้อบ้าน หรือ 75,000 บาท ใน 5 ปี ซึ่งเท่ากับ 15,000 บาทต่อปี มาหักลดหย่อนได้ จึงไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้

 

โดยนโยบายนี้เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2554 จนถึงปลายปี2555 นี้นะครับ
ผมยกตัวอย่างเป็นตารางง่ายๆจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้ดูนะครับ

14.jpg


รายละเอียดคืนภาษีบ้านหลังแรก


1.  ราคาบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ผู้ซื้อสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้านไปคำนวณหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปี รวมเป็นมูลค่า 500,000 บาท


2. ราคาบ้านราคา 1 ล้านบาท ก็จะได้ปีละไม่เกิน 2 หมื่นบาท  ในระยะเวลา 5 ปี รวมเป็น  100,000 บาทซึ่งก็คือ หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายจริง


3. สำหรับการซื้อบ้านที่ได้รับสิทธิจากนโยบายดังกล่าวจะต้องเป็นบ้านใหม่ ไม่ใช่บ้านมือสอง ไม่ใช่บ้านที่สร้างเอง
เงื่อนไขหลักเกณฑ์ คืนภาษีบ้านหลังแรก


1. ผู้ที่ซื้อต้องมีเงินที่เป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาฯที่เป็น อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตามจำนวนที่จ่ายจริง ในอัตราไม่เกิน 10 % ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท


2. ผู้มีเงินได้มีสิทธิยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท


3. การยกเว้นภาษีจะใช้วิธีการหักค่าลดหย่อน ซึ่งผู้มีเงินได้สามารถเลือกใช้สิทธิ์ครั้งแรกสำหรับเงินได้ในปีที่ได้โอน กรรมสิทธิ์หรือปีถัดไปก็ได้ โดยสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี


4. ผู้มีเงินได้ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯให้แล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 55


5. ผู้มีเงินได้ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน


6. ผู้มีเงินได้ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯที่ซื้อเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯและอสังหาฯนั้นต้องไม่เคย ผ่านการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาก่อนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนครับว่า ที่เค้าพูดกันว่าลดหย่อนสูงสุด 10% จากมูลค่าบ้านนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเอา 10% มาหักเป็นจำนวนเงินที่ได้ลดหย่อนเป๊ะๆนะครับ แต่มีกฎเกณฑ์นิดหน่อยก็คือ สมมติว่าบ้านราคา 4 ล้านบาท ก็คิดตัวเลข 10% คือ 400,000 บาทมาคำนวณเป็นอัตราค่าลดหย่อนโดยอิงจากฐานภาษีที่เราเสียทุกทีครับ

 

เช่น นาย ก เสียภาษีที่อัตรา 20% ก็สามารถลดหย่อนได้ 20% จาก 400,000 บาทครับ หรือเท่ากับ 80,000 บาท ซึ่งสามารถเลือกที่จะลดหย่อนปีเดียวจบ หรือแบ่งเป็น 5 ปีก็ได้ครับ

 


มาตรการช่วยเหลือการมีบ้านหลังแรกที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนั้น ผู้ซื้อจะสามารถนำเงินค่าซื้อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 10% ของราคาซื้อ และกระจายหักลดหย่อนภายใน 5 ปี ช่วยทำให้ผู้ใฝ่ฝันจะมีบ้านบรรลุความใฝ่ฝันได้มากขึ้นเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เนื่องจากว่า ผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก มักจะเป็นผู้ที่มีรายได้อยู่ในช่วง 15,000 บาท ไปจนถึงไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งจะมีกำลังสามารถซื้อบ้านได้ในราคาประมาณ 750,000 บาท ถึงประมาณ 2 ล้านบาท

 

ผู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ซื้อบ้าน 750,000 บาท จ่ายเงินดาวน์ 75,000 บาท กู้ 675,000 บาท ดอกเบี้ย 7% ผ่อนชำระ 20 ปี เท่ากับผ่อนชำระเดือนละ 5,233 บาท หรือประมาณ 34.9% ของรายได้

 

แต่ผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ยังไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษี  ดังนั้น จึงไม่สามารถนำ 10% ของค่าซื้อบ้าน หรือ 75,000 บาท ใน 5 ปี ซึ่งเท่ากับ 15,000 บาทต่อปี มาหักลดหย่อนได้ จึงไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้

 

โดยนโยบายนี้เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2554 จนถึงปลายปี2555 นี้นะครับ
ผมยกตัวอย่างเป็นตารางง่ายๆจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้ดูนะครับ

14.jpg


รายละเอียดคืนภาษีบ้านหลังแรก


1.  ราคาบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ผู้ซื้อสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้านไปคำนวณหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปี รวมเป็นมูลค่า 500,000 บาท


2. ราคาบ้านราคา 1 ล้านบาท ก็จะได้ปีละไม่เกิน 2 หมื่นบาท  ในระยะเวลา 5 ปี รวมเป็น  100,000 บาทซึ่งก็คือ หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายจริง


3. สำหรับการซื้อบ้านที่ได้รับสิทธิจากนโยบายดังกล่าวจะต้องเป็นบ้านใหม่ ไม่ใช่บ้านมือสอง ไม่ใช่บ้านที่สร้างเอง
เงื่อนไขหลักเกณฑ์ คืนภาษีบ้านหลังแรก


1. ผู้ที่ซื้อต้องมีเงินที่เป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาฯที่เป็น อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตามจำนวนที่จ่ายจริง ในอัตราไม่เกิน 10 % ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท


2. ผู้มีเงินได้มีสิทธิยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท


3. การยกเว้นภาษีจะใช้วิธีการหักค่าลดหย่อน ซึ่งผู้มีเงินได้สามารถเลือกใช้สิทธิ์ครั้งแรกสำหรับเงินได้ในปีที่ได้โอน กรรมสิทธิ์หรือปีถัดไปก็ได้ โดยสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี


4. ผู้มีเงินได้ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯให้แล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 55


5. ผู้มีเงินได้ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน


6. ผู้มีเงินได้ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯที่ซื้อเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯและอสังหาฯนั้นต้องไม่เคย ผ่านการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาก่อนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน



READ MORE  

หากคอนโดสร้างไม่เสร็จตามที่สัญญาระบุจะทำอย่างไร

หากคอนโดสร้างไม่เสร็จตามที่สัญญาระบุจะทำอย่างไร


เมื่อคอนโดที่คุณตกลงทำสัญญาซื้อขายไว้  สร้างแล้วสร้างอีกไม่เสร็จสักที  คราวนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรไม่ให้เสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก


หากอยู่ในช่วงผ่อนดาวน์
หากคอนโดที่คุณซื้อ สร้างเลยจากกำหนดเวลาที่คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในใบปลิว คุณสามารถหยุดชำระเงินดาวน์ไว้ก่อน จนกว่าจะได้ก่อสร้างให้มีความคืบหน้าหรือแล้วเสร็จได้ กรณีเช่นนี้มีแนวคำพิพากษาว่าสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อผู้ขายไม่ก่อสร้างเพื่อเป็นการตอบแทนแล้ว ผู้ซื้อก็มีสิทธิ์ยึดหน่วงเงินที่จะต้องชำระเอาไว้ก่อนโดยไม่ถือว่าผิดสัญญา นอกจากนั้นหากผู้ขายไม่ก่อสร้างจนล่วงเลยระยะเวลาไปพอสมควรก็เลิกสัญญาขอเงินคืนได้เช่นกัน


ขอเงินคืนได้ไหม
คุณควรติดต่อพูดคุยกับเจ้าของโครงการเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน ได้คืนหรือไม่ก็ทดลองดูก่อน ผลการเจรจาควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ต้องเตรียมใจว่า เมื่อทำไม่เสร็จ หรือล่าช้านั้นบ่งชี้ว่า เจ้าของโครงการประสบปัญหาทางธุรกิจหรือปัญหาอื่น ๆ แม้อาจไม่มีเจตนาเบี้ยวหนี้ แต่ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน   หากปัญหาถึงขั้นขึ้นศาล กว่าคุณจะได้เงินคืน คู่สัญญาของคุณอาจต้องไปใช้ หนี้แก่ เจ้าหนี้เงินกู้ สถาบันการเงินต่างๆ ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ นั่นหมายความว่า  คุณมีโอกาสได้เงินคืนน้อยมาก ดังนั้น ถ้าได้เงินคืนในขั้นเจรจา ไม่ต้องขึ้นศาลจะดีกว่า   


ถ้าคู่สัญญาตั้งใจโกง
ถ้าคุณพบว่า คู่สัญญาคุณปิดสำนักงานหนี  โอกาสที่คุณจะชนะคดีมีมากขึ้น  แต่นั่นหมายความว่า  คุณต้องตามตัวเขาให้ได้ก่อนนะ


ถ้าคู่สัญญาขาดสภาพคล่อง
กรณีที่ผู้สร้างคอนโดของคุณขาดทุนจนไม่รู้จะสร้างคอนโดให้คุณต่อได้ อย่างไร แต่ไม่แจ้งให้คุณทราบ คุณก็มีโอกาสชนะคดีสูง แต่โอกาสที่คุณจะได้เงินคืนเต็มจำนวนคงยาก โดยคุณอาจได้เงินเพียงส่วนน้อยจากเงินทั้งหมดที่คุณจ่ายไป  แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีโอกาสได้เงินคืน
 

หาตัวช่วย
ขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ช่วยคุณได้  โดยเตรียมเอกสารให้ครบ  ได้แก่   
1. บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการ
2. ทะเบียนบ้านผู้ร้องเรียน
3.เตรียมไปรษณียบัตร จำนวน 1 แผ่นพร้อมกรอก ชื่อ -ที่อยู่ของ ผู้ร้องเรียนเพื่อสะดวกในการรับเรื่องตอบกลับ

เอกสารเกี่ยวกับผู้ขาย ได้แก่
1.ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ
2.เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นสำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

เอกสารเกี่ยวกับสัญญา ได้แก่
1.หนังสือจอง, สัญญาจอง, สัญญาจะซื้อขาย
2.เอกสารโฆษณา,ภาพถ่าย พยายามเก็บรวบรวมเอาไว้ตั้งแต่ต้น ตัดโฆษณาหนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว
3.ใบเสร็จรับเงิน,เอกสารรับเงินเรียงอันดับการชำระค่างวด เอาให้ครบถ้วน
4.หนังสือ, จดหมายโต้ตอบระหว่างผู้ร้องเรียน กับผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

ทางที่ดี  ศึกษารายละเอียดโครงการและหาบริษัทที่มีความมั่นคงโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดีกว่าครับ

เมื่อคอนโดที่คุณตกลงทำสัญญาซื้อขายไว้  สร้างแล้วสร้างอีกไม่เสร็จสักที  คราวนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรไม่ให้เสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก


หากอยู่ในช่วงผ่อนดาวน์
หากคอนโดที่คุณซื้อ สร้างเลยจากกำหนดเวลาที่คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในใบปลิว คุณสามารถหยุดชำระเงินดาวน์ไว้ก่อน จนกว่าจะได้ก่อสร้างให้มีความคืบหน้าหรือแล้วเสร็จได้ กรณีเช่นนี้มีแนวคำพิพากษาว่าสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อผู้ขายไม่ก่อสร้างเพื่อเป็นการตอบแทนแล้ว ผู้ซื้อก็มีสิทธิ์ยึดหน่วงเงินที่จะต้องชำระเอาไว้ก่อนโดยไม่ถือว่าผิดสัญญา นอกจากนั้นหากผู้ขายไม่ก่อสร้างจนล่วงเลยระยะเวลาไปพอสมควรก็เลิกสัญญาขอเงินคืนได้เช่นกัน


ขอเงินคืนได้ไหม
คุณควรติดต่อพูดคุยกับเจ้าของโครงการเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน ได้คืนหรือไม่ก็ทดลองดูก่อน ผลการเจรจาควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ต้องเตรียมใจว่า เมื่อทำไม่เสร็จ หรือล่าช้านั้นบ่งชี้ว่า เจ้าของโครงการประสบปัญหาทางธุรกิจหรือปัญหาอื่น ๆ แม้อาจไม่มีเจตนาเบี้ยวหนี้ แต่ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน   หากปัญหาถึงขั้นขึ้นศาล กว่าคุณจะได้เงินคืน คู่สัญญาของคุณอาจต้องไปใช้ หนี้แก่ เจ้าหนี้เงินกู้ สถาบันการเงินต่างๆ ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ นั่นหมายความว่า  คุณมีโอกาสได้เงินคืนน้อยมาก ดังนั้น ถ้าได้เงินคืนในขั้นเจรจา ไม่ต้องขึ้นศาลจะดีกว่า   


ถ้าคู่สัญญาตั้งใจโกง
ถ้าคุณพบว่า คู่สัญญาคุณปิดสำนักงานหนี  โอกาสที่คุณจะชนะคดีมีมากขึ้น  แต่นั่นหมายความว่า  คุณต้องตามตัวเขาให้ได้ก่อนนะ


ถ้าคู่สัญญาขาดสภาพคล่อง
กรณีที่ผู้สร้างคอนโดของคุณขาดทุนจนไม่รู้จะสร้างคอนโดให้คุณต่อได้ อย่างไร แต่ไม่แจ้งให้คุณทราบ คุณก็มีโอกาสชนะคดีสูง แต่โอกาสที่คุณจะได้เงินคืนเต็มจำนวนคงยาก โดยคุณอาจได้เงินเพียงส่วนน้อยจากเงินทั้งหมดที่คุณจ่ายไป  แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีโอกาสได้เงินคืน
 

หาตัวช่วย
ขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ช่วยคุณได้  โดยเตรียมเอกสารให้ครบ  ได้แก่   
1. บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการ
2. ทะเบียนบ้านผู้ร้องเรียน
3.เตรียมไปรษณียบัตร จำนวน 1 แผ่นพร้อมกรอก ชื่อ -ที่อยู่ของ ผู้ร้องเรียนเพื่อสะดวกในการรับเรื่องตอบกลับ

เอกสารเกี่ยวกับผู้ขาย ได้แก่
1.ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ
2.เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นสำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

เอกสารเกี่ยวกับสัญญา ได้แก่
1.หนังสือจอง, สัญญาจอง, สัญญาจะซื้อขาย
2.เอกสารโฆษณา,ภาพถ่าย พยายามเก็บรวบรวมเอาไว้ตั้งแต่ต้น ตัดโฆษณาหนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว
3.ใบเสร็จรับเงิน,เอกสารรับเงินเรียงอันดับการชำระค่างวด เอาให้ครบถ้วน
4.หนังสือ, จดหมายโต้ตอบระหว่างผู้ร้องเรียน กับผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

ทางที่ดี  ศึกษารายละเอียดโครงการและหาบริษัทที่มีความมั่นคงโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดีกว่าครับ



READ MORE  

เคยได้ยินมาว่าหากต้องการขายคอนโดมือสองเจ้าของห้องจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะมีวิธีไหนช่วยให้เสียน้อยลงได้บ้าง?

เคยได้ยินมาว่าหากต้องการขายคอนโดมือสองเจ้าของห้องจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะมีวิธีไหนช่วยให้เสียน้อยลงได้บ้าง?


ภาษีธุรกิจเฉพาะมาจากการที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วมีการโอนขายในช่วงเวลาที่กำหนดจึงจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ  การซื้อบ้านแล้วย้ายชื่อเข้าบ้าน ชื่อในกรรมสิทธิคอนโดก็ยังเป็นของคุณ เมื่อโอนขายคอนโดซึ่งเป็นชื่อของคุณก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วยในอัตรา 3.3% จากราคาคอนโด

หากช่วงเวลาการถือครองคอนโดเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อเมื่อกรณี ดังนี้


1.ครอบครองเกินกว่า 5 ปี หรือ
2.ครอบครองเกินกว่า 1 ปี โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้นๆเกินกว่า 1 ปี ณ วันที่ขายครับ

ภาษีธุรกิจเฉพาะมาจากการที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วมีการโอนขายในช่วงเวลาที่กำหนดจึงจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ  การซื้อบ้านแล้วย้ายชื่อเข้าบ้าน ชื่อในกรรมสิทธิคอนโดก็ยังเป็นของคุณ เมื่อโอนขายคอนโดซึ่งเป็นชื่อของคุณก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วยในอัตรา 3.3% จากราคาคอนโด

หากช่วงเวลาการถือครองคอนโดเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อเมื่อกรณี ดังนี้


1.ครอบครองเกินกว่า 5 ปี หรือ
2.ครอบครองเกินกว่า 1 ปี โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้นๆเกินกว่า 1 ปี ณ วันที่ขายครับ



READ MORE  

โอนมิเตอร์น้ำ-ไฟ ที่ไหนอย่างไร?

โอนมิเตอร์น้ำ-ไฟ ที่ไหนอย่างไร?


ในการซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง ก็ต้องมีการโอนมิเตอร์น้ำ-ไฟ ทั้งหมด แต่กรณีที่เป็นมือหนึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่โครงการจะเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้ครบหมด แต่กรณีที่เราซื้อบ้าน หรือ คอนโดมือสองมา ขอให้ปฎิบัติตามหลักการดังนี้ครับ

การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา อาจมีได้ในหลายกรณี เช่น มีการซื้อขายบ้านที่ติดตั้งประปาไว้นั้น หรือ ผู้ขอใช้น้ำประปาเดิม ย้ายที่อยู่หรือถึงแก่กรรม ซึ่งผู้ใช้น้ำต้องแจ้งให้สำนักงานประปาทราบ และ ให้ผู้รับโอน มาลงนามในสัญญาใช้น้ำกับ กปภ. การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา ต้องนำหลักฐานมาแสดงดังต่อไปนี้

1 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน
2 สำเนาทะเบียนบ้านที่ติดตั้งประปาของผู้รับโอน ที่ผู้รับดอนมีชื่อในสำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
3 สำเนาใบมรณะบัตรของผู้ใช้น้ำประปาเดิม (ในกรณีที่ผู้ขอใช้น้ำประปาเดิมถึงแก่กรรม)
4.สำเนาสัญญาซื้อขาย (ในกรณีที่มีการซื้อขายบ้าน)
5 ใบเสร็จค่าน้ำประปาครั้งสุดท้ายของผู้โอน หรือสำเนา (ถ้ามี)

การโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า การโอนชื่ออาจมีได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1 มีการซื้อขายบ้านที่ติดตั้งการใช้ไฟฟ้านั้น
2 ผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดิมถึงแก่ความตาย
3 อื่นๆเช่นการโอนระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าหรือผู้เช่ากับผู้เช่าช่วง เป็นต้น การโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าคู่กรณีต้องนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดงด้วยคือ

3.1 บัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน(ยกเว้นการโอนตามข้อ 2 ไม่ต้องแสดงบัตรประจำตัว ของผู้โอน)
3.2 สำเนาทะเบียนบ้านที่ติดตั้งการใช้ไฟฟ้าของผู้รับโอน
3.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม(ใช้สำหรับกรณีผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดิมถึงแก่ความตาย)
3.4 สำเนาสัญญาซื้อขาย(ใช้สำหรับกรณีที่มีการซื้อขายบ้าน)
3.5 ใบเสร็จค่าไฟฟ้าครั้งสุดท้ายของผู้โอน
3.6 ใบเสร็จรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า
3.7 หลักฐานอื่นๆที่จำเป็นสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการย้ายมิเตอร์ การเพิ่มขนาดมิเตอร์ และการโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าพนักงานการไฟฟ้าฯ จะชี้แจงรายละเอียดต่อท่านเมื่อนำหลักฐานไปติดต่อแจ้งความประสงค์

ในการซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสอง ก็ต้องมีการโอนมิเตอร์น้ำ-ไฟ ทั้งหมด แต่กรณีที่เป็นมือหนึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่โครงการจะเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้ครบหมด แต่กรณีที่เราซื้อบ้าน หรือ คอนโดมือสองมา ขอให้ปฎิบัติตามหลักการดังนี้ครับ

การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา อาจมีได้ในหลายกรณี เช่น มีการซื้อขายบ้านที่ติดตั้งประปาไว้นั้น หรือ ผู้ขอใช้น้ำประปาเดิม ย้ายที่อยู่หรือถึงแก่กรรม ซึ่งผู้ใช้น้ำต้องแจ้งให้สำนักงานประปาทราบ และ ให้ผู้รับโอน มาลงนามในสัญญาใช้น้ำกับ กปภ. การโอนสิทธิ์ในการใช้น้ำประปา ต้องนำหลักฐานมาแสดงดังต่อไปนี้

1 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน
2 สำเนาทะเบียนบ้านที่ติดตั้งประปาของผู้รับโอน ที่ผู้รับดอนมีชื่อในสำเนาทะเบียนบ้านหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
3 สำเนาใบมรณะบัตรของผู้ใช้น้ำประปาเดิม (ในกรณีที่ผู้ขอใช้น้ำประปาเดิมถึงแก่กรรม)
4.สำเนาสัญญาซื้อขาย (ในกรณีที่มีการซื้อขายบ้าน)
5 ใบเสร็จค่าน้ำประปาครั้งสุดท้ายของผู้โอน หรือสำเนา (ถ้ามี)

การโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า การโอนชื่ออาจมีได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1 มีการซื้อขายบ้านที่ติดตั้งการใช้ไฟฟ้านั้น
2 ผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดิมถึงแก่ความตาย
3 อื่นๆเช่นการโอนระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าหรือผู้เช่ากับผู้เช่าช่วง เป็นต้น การโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าคู่กรณีต้องนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดงด้วยคือ

3.1 บัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน(ยกเว้นการโอนตามข้อ 2 ไม่ต้องแสดงบัตรประจำตัว ของผู้โอน)
3.2 สำเนาทะเบียนบ้านที่ติดตั้งการใช้ไฟฟ้าของผู้รับโอน
3.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม(ใช้สำหรับกรณีผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดิมถึงแก่ความตาย)
3.4 สำเนาสัญญาซื้อขาย(ใช้สำหรับกรณีที่มีการซื้อขายบ้าน)
3.5 ใบเสร็จค่าไฟฟ้าครั้งสุดท้ายของผู้โอน
3.6 ใบเสร็จรับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า
3.7 หลักฐานอื่นๆที่จำเป็นสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการย้ายมิเตอร์ การเพิ่มขนาดมิเตอร์ และการโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าพนักงานการไฟฟ้าฯ จะชี้แจงรายละเอียดต่อท่านเมื่อนำหลักฐานไปติดต่อแจ้งความประสงค์



READ MORE  
We use cookies to give you the best online experience. By using our website you agree to our use of cookies in accordance with our privacy policy.
SHOW MORE